ประกันสังคม ปี 2569 เป็นต้นไป นายจ้าง–ลูกจ้างต้องรู้
เกี่ยวกับ TMA Group
TMA Group เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการสรรหาบุคลากรและการให้คำปรึกษาทางธุรกิจในประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะให้บริการครบวงจรแก่ทั้งองค์กรและบุคคล รวมถึงการสรรหาบุคลากร การบริหารจัดการทางการเงิน การจัดการภาษี การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ และบริการอื่นๆ หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทย ยินดีต้อนรับติดต่อเราตลอดเวลา
ประกันสังคมเป็นหลักประกันสำคัญของแรงงานไทยที่ช่วยดูแลตั้งแต่การเจ็บป่วย ว่างงาน ไปจนถึงวัยเกษียณ ในช่วงหลายปีข้างหน้า รัฐมีการปรับโครงสร้างการส่งเงินสมทบประกันสังคม โดย ปรับ“ฐานเงินเดือนที่ใช้คำนวณ”ให้สูงขึ้นเป็นลำดับ เพื่อรองรับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นและสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งส่งผลทั้งต่อนายจ้างและลูกจ้างโดยตรง

ประกันสังคมปรับขึ้นกี่บาท และเริ่มปีไหน
แม้ อัตราการส่งเงินสมทบยังคงที่ 5% เท่าเดิม (สำหรับลูกจ้างและนายจ้าง)
แต่มีการ ปรับเพดานเงินเดือนที่ใช้คำนวณ ส่งผลให้จำนวนเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น ดังนี้
📌ตารางสรุปการปรับเงินสมทบ (มาตรา 33)
| ปีที่ใช้บังคับ | ฐานเงินเดือนสูงสุดที่ใช้คำนวณ | เงินสมทบสูงสุด/ฝ่าย |
|---|---|---|
| ปัจจุบัน (ก่อนปี 2569) | 15,000 บาท | 750 บาท |
| ปี 2569–2571 | 17,500 บาท | 875 บาท |
| ปี 2572–2574 | 20,000 บาท | 1,000 บาท |
| ปี 2575 เป็นต้นไป | 23,000 บาท | 1,150 บาท |
หมายความว่า
ผู้ที่มีเงินเดือน สูงกว่าเพดาน จะถูกหักเงินสมทบเพิ่มขึ้นตามช่วงปี
ผู้ที่มีเงินเดือน ต่ำกว่าเพดาน ยังคงจ่าย 5% จากเงินเดือนจริง ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง
ใครได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นบ้าง
ลูกจ้างเงินเดือนระดับกลาง–สูง
นายจ้างที่มีพนักงานเงินเดือนเกินเพดาน
ธุรกิจที่มีต้นทุนด้านบุคลากรจำนวนมาก
ทั้งสองฝ่ายต้องวางแผนค่าใช้จ่ายและระบบเงินเดือนล่วงหน้า
ปรับเงินสมทบเพิ่มขึ้น แล้วได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง
1. เงินบำนาญชราภาพมีแนวโน้มสูงขึ้น
เงินบำนาญคำนวณจาก
ฐานเงินเดือนที่ส่งประกันสังคม
ระยะเวลาการส่งเงินสมทบ
เมื่อฐานเงินเดือนสูงขึ้น → เงินบำนาญในอนาคต มีโอกาสเพิ่มขึ้น ช่วยสร้างความมั่นคงหลังเกษียณ
2. ระบบกองทุนมั่นคง รองรับสังคมผู้สูงอายุ
การเพิ่มเงินสมทบช่วยให้
กองทุนมีเสถียรภาพระยะยาว
รองรับจำนวนผู้รับบำนาญที่เพิ่มขึ้น
ลดความเสี่ยงด้านการเงินของระบบประกันสังคมในอนาคต
3. รองรับค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น
เงินสมทบที่เพิ่มขึ้นช่วยให้ระบบสามารถ
คงคุณภาพการรักษาพยาบาล
รองรับค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข
พัฒนาสิทธิการรักษาให้เหมาะกับยุคปัจจุบัน
4. สิทธิประโยชน์อื่นมีโอกาสพัฒนาเพิ่มเติม
เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ
เงินว่างงาน
สิทธิประโยชน์ใหม่ในอนาคต (ตามนโยบายรัฐ)
การปรับเพิ่มเงินสมทบประกันสังคมตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป เป็นการปรับ“ฐานเงินเดือนที่ใช้คำนวณ”ไม่ใช่การขึ้นอัตราโดยตรง แม้จะทำให้ลูกจ้างและนายจ้างต้องจ่ายเงินมากขึ้นในระยะสั้น แต่เป็นการลงทุนเพื่อความมั่นคงในระยะยาว ทั้งด้านเงินบำนาญ การรักษาพยาบาล และเสถียรภาพของกองทุนประกันสังคม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อแรงงานไทยในภาพรวม
1. สถานีนี้ปฏิบัติตามมาตรฐานในวงการ และทุกบทความที่ถูกคัดลอกจะถูกทำเครื่องหมายชัดเจนว่าเป็นของผู้เขียนและแหล่งที่มา; 2. บทความต้นฉบับของสถานีนี้ โปรดระบุผู้เขียนและแหล่งที่มาเมื่อมีการคัดลอก เราจะดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่ไม่เคารพสิทธิของผู้เขียน; 3. การส่งบทความของผู้เขียนอาจถูกดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมโดยบรรณาธิการของเราในบางกรณีที่เหมาะสม




