ประกันสังคม ปี 2569 เป็นต้นไป นายจ้าง–ลูกจ้างต้องรู้

Pam การเข้าชม: 13 2026-01-23 13:51:18 ความคิดเห็น: 0

เกี่ยวกับ TMA Group
TMA Group เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการสรรหาบุคลากรและการให้คำปรึกษาทางธุรกิจในประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะให้บริการครบวงจรแก่ทั้งองค์กรและบุคคล รวมถึงการสรรหาบุคลากร การบริหารจัดการทางการเงิน การจัดการภาษี การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ และบริการอื่นๆ หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทย ยินดีต้อนรับติดต่อเราตลอดเวลา

ประกันสังคมเป็นหลักประกันสำคัญของแรงงานไทยที่ช่วยดูแลตั้งแต่การเจ็บป่วย ว่างงาน ไปจนถึงวัยเกษียณ ในช่วงหลายปีข้างหน้า รัฐมีการปรับโครงสร้างการส่งเงินสมทบประกันสังคม โดย ปรับ“ฐานเงินเดือนที่ใช้คำนวณ”ให้สูงขึ้นเป็นลำดับ เพื่อรองรับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นและสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งส่งผลทั้งต่อนายจ้างและลูกจ้างโดยตรง

Account Services (57).png


ประกันสังคมปรับขึ้นกี่บาท และเริ่มปีไหน

แม้ อัตราการส่งเงินสมทบยังคงที่ 5% เท่าเดิม (สำหรับลูกจ้างและนายจ้าง)
แต่มีการ ปรับเพดานเงินเดือนที่ใช้คำนวณ ส่งผลให้จำนวนเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้น ดังนี้

📌ตารางสรุปการปรับเงินสมทบ (มาตรา 33)

ปีที่ใช้บังคับฐานเงินเดือนสูงสุดที่ใช้คำนวณเงินสมทบสูงสุด/ฝ่าย
ปัจจุบัน (ก่อนปี 2569)15,000 บาท750 บาท
ปี 2569–257117,500 บาท875 บาท
ปี 2572–257420,000 บาท1,000 บาท
ปี 2575 เป็นต้นไป23,000 บาท1,150 บาท

 หมายความว่า

  • ผู้ที่มีเงินเดือน สูงกว่าเพดาน จะถูกหักเงินสมทบเพิ่มขึ้นตามช่วงปี

  • ผู้ที่มีเงินเดือน ต่ำกว่าเพดาน ยังคงจ่าย 5% จากเงินเดือนจริง ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง


ใครได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นบ้าง

  • ลูกจ้างเงินเดือนระดับกลาง–สูง

  • นายจ้างที่มีพนักงานเงินเดือนเกินเพดาน

  • ธุรกิจที่มีต้นทุนด้านบุคลากรจำนวนมาก

ทั้งสองฝ่ายต้องวางแผนค่าใช้จ่ายและระบบเงินเดือนล่วงหน้า


ปรับเงินสมทบเพิ่มขึ้น แล้วได้สิทธิประโยชน์อะไรบ้าง

1. เงินบำนาญชราภาพมีแนวโน้มสูงขึ้น

เงินบำนาญคำนวณจาก

  • ฐานเงินเดือนที่ส่งประกันสังคม

  • ระยะเวลาการส่งเงินสมทบ

เมื่อฐานเงินเดือนสูงขึ้น → เงินบำนาญในอนาคต มีโอกาสเพิ่มขึ้น ช่วยสร้างความมั่นคงหลังเกษียณ


2. ระบบกองทุนมั่นคง รองรับสังคมผู้สูงอายุ

การเพิ่มเงินสมทบช่วยให้

  • กองทุนมีเสถียรภาพระยะยาว

  • รองรับจำนวนผู้รับบำนาญที่เพิ่มขึ้น

  • ลดความเสี่ยงด้านการเงินของระบบประกันสังคมในอนาคต


3. รองรับค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น

เงินสมทบที่เพิ่มขึ้นช่วยให้ระบบสามารถ

  • คงคุณภาพการรักษาพยาบาล

  • รองรับค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข

  • พัฒนาสิทธิการรักษาให้เหมาะกับยุคปัจจุบัน


4. สิทธิประโยชน์อื่นมีโอกาสพัฒนาเพิ่มเติม

  • เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ

  • เงินว่างงาน

  • สิทธิประโยชน์ใหม่ในอนาคต (ตามนโยบายรัฐ)



การปรับเพิ่มเงินสมทบประกันสังคมตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป เป็นการปรับ“ฐานเงินเดือนที่ใช้คำนวณ”ไม่ใช่การขึ้นอัตราโดยตรง แม้จะทำให้ลูกจ้างและนายจ้างต้องจ่ายเงินมากขึ้นในระยะสั้น แต่เป็นการลงทุนเพื่อความมั่นคงในระยะยาว ทั้งด้านเงินบำนาญ การรักษาพยาบาล และเสถียรภาพของกองทุนประกันสังคม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อแรงงานไทยในภาพรวม


Facebook-Management YouTube Facebook-Consultant Facebook-Recruitment
ประกาศ

1. สถานีนี้ปฏิบัติตามมาตรฐานในวงการ และทุกบทความที่ถูกคัดลอกจะถูกทำเครื่องหมายชัดเจนว่าเป็นของผู้เขียนและแหล่งที่มา; 2. บทความต้นฉบับของสถานีนี้ โปรดระบุผู้เขียนและแหล่งที่มาเมื่อมีการคัดลอก เราจะดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่ไม่เคารพสิทธิของผู้เขียน; 3. การส่งบทความของผู้เขียนอาจถูกดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมโดยบรรณาธิการของเราในบางกรณีที่เหมาะสม

แสดงความคิดเห็น
ค้นหา
อันดับความนิยม
รายการแท็ก
    ติดตามเรา

    สแกนเพิ่มเราเป็นเพื่อน เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม