การนำเข้าสินค้าเข้าประเทศไทย ต้องขออนุญาตอะไรบ้าง?

Pam การเข้าชม: 23 2026-04-01 09:44:31 ความคิดเห็น: 0

เกี่ยวกับ TMA Group
TMA Group เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการสรรหาบุคลากรและการให้คำปรึกษาทางธุรกิจในประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะให้บริการครบวงจรแก่ทั้งองค์กรและบุคคล รวมถึงการสรรหาบุคลากร การบริหารจัดการทางการเงิน การจัดการภาษี การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ และบริการอื่นๆ หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทย ยินดีต้อนรับติดต่อเราตลอดเวลา

หลายคนที่เริ่มทำธุรกิจนำเข้าสินค้า มักเข้าใจว่าแค่สั่งของจากต่างประเทศเข้ามาขายก็เพียงพอ แต่ในความเป็นจริง การนำเข้าสินค้าเข้าประเทศไทยมีขั้นตอนและข้อกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม โดยเฉพาะเรื่องการขออนุญาตและเอกสารต่าง ๆ จากหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมศุลกากร และ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หากดำเนินการไม่ถูกต้อง อาจทำให้สินค้าโดนยึด ปรับ หรือไม่สามารถนำเข้าได้


Account Services (88).png



1. ต้องจดทะเบียนบริษัทก่อนนำเข้า

การนำเข้าสินค้าเชิงพาณิชย์ (เพื่อนำมาขาย) จำเป็นต้องมี

  • บริษัทจดทะเบียนในประเทศไทย

  • วัตถุประสงค์ของบริษัทต้องระบุ “นำเข้า–ส่งออก”

บุคคลธรรมดาสามารถนำเข้าได้ แต่จะมีข้อจำกัด และไม่เหมาะสำหรับการทำธุรกิจระยะยาว


2. ต้องลงทะเบียนผู้นำเข้ากับกรมศุลกากร

ผู้นำเข้าต้องลงทะเบียนเป็น ผู้นำเข้า/ส่งออก (Importer/Exporter) กับ กรมศุลกากร

เพื่อใช้ในการ

  • ยื่นใบขนสินค้า

  • ดำเนินพิธีการศุลกากร

  • นำสินค้าออกจากด่าน


3. ตรวจว่าสินค้าต้องขออนุญาตหรือไม่

สินค้าบางประเภท ไม่สามารถนำเข้าได้ทันที ต้องขออนุญาตก่อน เช่น

สินค้าที่ต้องขอ อย.

  • อาหาร / เครื่องดื่ม

  • อาหารเสริม

  • เครื่องสำอาง

  • ยา

  • เครื่องมือแพทย์

ต้องขออนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา


สินค้าควบคุมจากหน่วยงานอื่น เช่น

  • เครื่องใช้ไฟฟ้า → ต้องผ่านมาตรฐาน มอก. จาก สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

  • สินค้าเกี่ยวกับพืช/สัตว์ → ต้องขออนุญาตจากกรมวิชาการเกษตร

  • สินค้าบางประเภท → ต้องมีใบอนุญาตนำเข้าเฉพาะ


4. เอกสารที่ใช้ในการนำเข้า

เอกสารหลักที่ต้องใช้ ได้แก่

  • ใบกำกับสินค้า (Invoice)

  • รายการบรรจุสินค้า (Packing List)

  • ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading / Air Waybill)

  • ใบขนสินค้าขาเข้า

  • ใบอนุญาตนำเข้า (ถ้ามี)

  • ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (COO)


5. การเสียภาษีนำเข้าและ VAT

สินค้าที่นำเข้าอาจต้องเสีย

  • อากรขาเข้า (Import Duty)

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%)

  • ภาษีสรรพสามิต (บางสินค้า)

อัตราภาษีขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า


6. ขั้นตอนการนำเข้าสินค้าโดยสรุป

  1. จดทะเบียนบริษัท

  2. ลงทะเบียนผู้นำเข้ากับกรมศุลกากร

  3. ตรวจสอบว่าสินค้าต้องขออนุญาตหรือไม่

  4. ขอใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

  5. เตรียมเอกสารนำเข้า

  6. ยื่นใบขนสินค้า

  7. ชำระภาษี

  8. รับสินค้าออกจากด่าน


7. ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง

ค่าใช้จ่ายในการนำเข้าโดยประมาณ ได้แก่

  • ค่าภาษีนำเข้า (ขึ้นอยู่กับสินค้า)

  • VAT 7%

  • ค่าดำเนินพิธีการศุลกากร

  • ค่าชิปปิ้ง / ค่าขนส่ง

  • ค่าฝากสินค้าในท่าเรือ/สนามบิน

  • ค่าขอใบอนุญาต (เช่น อย. / มอก.)



การนำเข้าสินค้าเข้าประเทศไทยไม่ได้ทำได้ทันทีทุกกรณี แต่ต้องมีการจดทะเบียนบริษัท ลงทะเบียนกับกรมศุลกากร และตรวจสอบว่าสินค้าต้องขออนุญาตจากหน่วยงานใดหรือไม่ โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพหรือความปลอดภัย เช่น อาหาร เครื่องสำอาง และเครื่องใช้ไฟฟ้า

หากเตรียมเอกสารและดำเนินการถูกต้อง จะช่วยให้การนำเข้าสินค้าเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความเสี่ยงสินค้าติดด่าน และช่วยให้ธุรกิจดำเนินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย


Facebook-Management YouTube Facebook-Consultant Facebook-Recruitment
ประกาศ

1. สถานีนี้ปฏิบัติตามมาตรฐานในวงการ และทุกบทความที่ถูกคัดลอกจะถูกทำเครื่องหมายชัดเจนว่าเป็นของผู้เขียนและแหล่งที่มา; 2. บทความต้นฉบับของสถานีนี้ โปรดระบุผู้เขียนและแหล่งที่มาเมื่อมีการคัดลอก เราจะดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่ไม่เคารพสิทธิของผู้เขียน; 3. การส่งบทความของผู้เขียนอาจถูกดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมโดยบรรณาธิการของเราในบางกรณีที่เหมาะสม

แสดงความคิดเห็น
ค้นหา
อันดับความนิยม
เผยแพร่เมื่อเร็วๆ นี้
รายการแท็ก
    ติดตามเรา

    สแกนเพิ่มเราเป็นเพื่อน เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม