การนำเข้าสินค้าเข้าประเทศไทย ต้องขออนุญาตอะไรบ้าง?
เกี่ยวกับ TMA Group
TMA Group เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการสรรหาบุคลากรและการให้คำปรึกษาทางธุรกิจในประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะให้บริการครบวงจรแก่ทั้งองค์กรและบุคคล รวมถึงการสรรหาบุคลากร การบริหารจัดการทางการเงิน การจัดการภาษี การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ และบริการอื่นๆ หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทย ยินดีต้อนรับติดต่อเราตลอดเวลา
หลายคนที่เริ่มทำธุรกิจนำเข้าสินค้า มักเข้าใจว่าแค่สั่งของจากต่างประเทศเข้ามาขายก็เพียงพอ แต่ในความเป็นจริง การนำเข้าสินค้าเข้าประเทศไทยมีขั้นตอนและข้อกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม โดยเฉพาะเรื่องการขออนุญาตและเอกสารต่าง ๆ จากหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมศุลกากร และ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หากดำเนินการไม่ถูกต้อง อาจทำให้สินค้าโดนยึด ปรับ หรือไม่สามารถนำเข้าได้

1. ต้องจดทะเบียนบริษัทก่อนนำเข้า
การนำเข้าสินค้าเชิงพาณิชย์ (เพื่อนำมาขาย) จำเป็นต้องมี
บริษัทจดทะเบียนในประเทศไทย
วัตถุประสงค์ของบริษัทต้องระบุ “นำเข้า–ส่งออก”
บุคคลธรรมดาสามารถนำเข้าได้ แต่จะมีข้อจำกัด และไม่เหมาะสำหรับการทำธุรกิจระยะยาว
2. ต้องลงทะเบียนผู้นำเข้ากับกรมศุลกากร
ผู้นำเข้าต้องลงทะเบียนเป็น ผู้นำเข้า/ส่งออก (Importer/Exporter) กับ กรมศุลกากร
เพื่อใช้ในการ
ยื่นใบขนสินค้า
ดำเนินพิธีการศุลกากร
นำสินค้าออกจากด่าน
3. ตรวจว่าสินค้าต้องขออนุญาตหรือไม่
สินค้าบางประเภท ไม่สามารถนำเข้าได้ทันที ต้องขออนุญาตก่อน เช่น
สินค้าที่ต้องขอ อย.
อาหาร / เครื่องดื่ม
อาหารเสริม
เครื่องสำอาง
ยา
เครื่องมือแพทย์
ต้องขออนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
สินค้าควบคุมจากหน่วยงานอื่น เช่น
เครื่องใช้ไฟฟ้า → ต้องผ่านมาตรฐาน มอก. จาก สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
สินค้าเกี่ยวกับพืช/สัตว์ → ต้องขออนุญาตจากกรมวิชาการเกษตร
สินค้าบางประเภท → ต้องมีใบอนุญาตนำเข้าเฉพาะ
4. เอกสารที่ใช้ในการนำเข้า
เอกสารหลักที่ต้องใช้ ได้แก่
ใบกำกับสินค้า (Invoice)
รายการบรรจุสินค้า (Packing List)
ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading / Air Waybill)
ใบขนสินค้าขาเข้า
ใบอนุญาตนำเข้า (ถ้ามี)
ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (COO)
5. การเสียภาษีนำเข้าและ VAT
สินค้าที่นำเข้าอาจต้องเสีย
อากรขาเข้า (Import Duty)
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%)
ภาษีสรรพสามิต (บางสินค้า)
อัตราภาษีขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า
6. ขั้นตอนการนำเข้าสินค้าโดยสรุป
จดทะเบียนบริษัท
ลงทะเบียนผู้นำเข้ากับกรมศุลกากร
ตรวจสอบว่าสินค้าต้องขออนุญาตหรือไม่
ขอใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
เตรียมเอกสารนำเข้า
ยื่นใบขนสินค้า
ชำระภาษี
รับสินค้าออกจากด่าน
7. ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
ค่าใช้จ่ายในการนำเข้าโดยประมาณ ได้แก่
ค่าภาษีนำเข้า (ขึ้นอยู่กับสินค้า)
VAT 7%
ค่าดำเนินพิธีการศุลกากร
ค่าชิปปิ้ง / ค่าขนส่ง
ค่าฝากสินค้าในท่าเรือ/สนามบิน
ค่าขอใบอนุญาต (เช่น อย. / มอก.)
การนำเข้าสินค้าเข้าประเทศไทยไม่ได้ทำได้ทันทีทุกกรณี แต่ต้องมีการจดทะเบียนบริษัท ลงทะเบียนกับกรมศุลกากร และตรวจสอบว่าสินค้าต้องขออนุญาตจากหน่วยงานใดหรือไม่ โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพหรือความปลอดภัย เช่น อาหาร เครื่องสำอาง และเครื่องใช้ไฟฟ้า
หากเตรียมเอกสารและดำเนินการถูกต้อง จะช่วยให้การนำเข้าสินค้าเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความเสี่ยงสินค้าติดด่าน และช่วยให้ธุรกิจดำเนินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
1. สถานีนี้ปฏิบัติตามมาตรฐานในวงการ และทุกบทความที่ถูกคัดลอกจะถูกทำเครื่องหมายชัดเจนว่าเป็นของผู้เขียนและแหล่งที่มา; 2. บทความต้นฉบับของสถานีนี้ โปรดระบุผู้เขียนและแหล่งที่มาเมื่อมีการคัดลอก เราจะดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่ไม่เคารพสิทธิของผู้เขียน; 3. การส่งบทความของผู้เขียนอาจถูกดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมโดยบรรณาธิการของเราในบางกรณีที่เหมาะสม




