ปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าเงิน “แข็ง” หรือ “อ่อน”
เกี่ยวกับ TMA Group
TMA Group เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการสรรหาบุคลากรและการให้คำปรึกษาทางธุรกิจในประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะให้บริการครบวงจรแก่ทั้งองค์กรและบุคคล รวมถึงการสรรหาบุคลากร การบริหารจัดการทางการเงิน การจัดการภาษี การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ และบริการอื่นๆ หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทย ยินดีต้อนรับติดต่อเราตลอดเวลา
ค่าเงินเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่มีผลต่อเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการใช้ชีวิตประจำวันของคนทั่วไป การแข็งค่าหรืออ่อนค่าของเงินแต่ละประเทศไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยทั้งด้านเศรษฐกิจ การเงิน และความเชื่อมั่นของนักลงทุน การเข้าใจว่าอะไรเป็นตัวกำหนดค่าเงิน จะช่วยให้สามารถวางแผนทางการเงิน การลงทุน และการดำเนินธุรกิจได้อย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น

1. อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate)
เป็นปัจจัยที่ทรงพลังที่สุด
ประเทศที่ดอกเบี้ย สูงกว่า → นักลงทุนทั่วโลกนำเงินเข้ามาลงทุน → ค่าเงินแข็ง
ประเทศที่ดอกเบี้ย ต่ำกว่า → เงินไหลออก → ค่าเงินอ่อน
ตัวอย่าง
ถ้าสหรัฐขึ้นดอกเบี้ย แต่ไทยยังคงดอกเบี้ยต่ำ
→ นักลงทุนขายบาท ซื้อดอลลาร์
→ ดอลลาร์แข็ง บาทอ่อน
2. ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
ค่าเงินสะท้อน “ความแข็งแรงของเศรษฐกิจ”
เศรษฐกิจดี → ค่าเงินแข็ง
GDP เติบโต
การจ้างงานสูง
การลงทุนเพิ่ม
บริษัทมีกำไร
เศรษฐกิจแย่ → ค่าเงินอ่อน
เศรษฐกิจถดถอย
หนี้สูง
คนตกงาน
ธุรกิจปิดตัว
3. เงินเฟ้อ (Inflation)
เงินเฟ้อคือการที่เงิน “ซื้อของได้น้อยลง”
เงินเฟ้อสูง → ค่าเงินอ่อน
เงินเฟ้อต่ำและควบคุมได้ → ค่าเงินมีเสถียรภาพ
เหตุผล
ถ้าเงินเฟ้อสูง
→ ต้นทุนแพง
→ สินค้าส่งออกแพง
→ ต่างชาติไม่อยากถือเงินสกุลนั้น
4. ดุลการค้า (Trade Balance)
ดูว่า ประเทศขายของได้มากกว่าซื้อ หรือซื้อของมากกว่าขาย
ส่งออกมากกว่านำเข้า → ค่าเงินแข็ง
นำเข้ามากกว่าส่งออก → ค่าเงินอ่อน
เช่น
ต่างชาติซื้อสินค้าไทย
→ ต้องแลกเงินเป็นบาท
→ ความต้องการบาทเพิ่ม → บาทแข็ง
5. ดุลบัญชีเดินสะพัด
รวมทั้ง
การค้า
การท่องเที่ยว
เงินลงทุน
เงินโอนระหว่างประเทศ
ถ้าประเทศมีเงินไหลเข้าเยอะกว่าที่ไหลออก
→ ค่าเงินมีแนวโน้มแข็ง
6. ความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ค่าเงินตอบสนองต่อ “ข่าว” อย่างรวดเร็วมาก
ข่าวดี → ค่าเงินแข็ง
นโยบายเศรษฐกิจชัดเจน
การเมืองมีเสถียรภาพ
นักลงทุนมั่นใจ
ข่าวลบ → ค่าเงินอ่อน
ความไม่แน่นอนทางการเมือง
วิกฤตเศรษฐกิจ
สงคราม ความขัดแย้ง
บางครั้งแค่ “ข่าวลือ” ค่าเงินก็ผันผวนได้
7. นโยบายและการแทรกแซงของธนาคารกลาง
ธนาคารกลางสามารถ
ขึ้น–ลดดอกเบี้ย
ซื้อ–ขายเงินตราต่างประเทศ
ออกมาตรการควบคุมเงินทุน
เพื่อ
พยุงค่าเงิน
ป้องกันค่าเงินผันผวนรุนแรง
สนับสนุนการส่งออกหรือควบคุมเงินเฟ้อ
8. การเก็งกำไรในตลาดเงิน (Speculation)
ค่าเงินถูกซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก
กองทุนและนักลงทุนรายใหญ่สามารถ
ซื้อหรือขายเงินจำนวนมหาศาล
→ ทำให้ค่าเงินผันผวนในระยะสั้น แม้เศรษฐกิจจริงยังไม่เปลี่ยน
9. สถานการณ์โลกและปัจจัยภายนอก
เช่น
สงคราม
วิกฤตการเงิน
ราคาน้ำมัน
ราคาทองคำ
เมื่อโลกมีความเสี่ยงสูง
→ เงินจะไหลไปสกุลเงินปลอดภัย เช่น ดอลลาร์ เยน ทองคำ
ค่าเงินแข็ง–อ่อน ส่งผลอย่างไร?
ค่าเงินแข็ง
นำเข้าได้ถูก
คนเที่ยวต่างประเทศสบาย
แต่ส่งออกแพง แข่งขันยาก
ค่าเงินอ่อน
ส่งออกดี
ท่องเที่ยวคึกคัก
แต่นำเข้าแพง ต้นทุนสูง
ค่าเงินขึ้น–ลงไม่ได้ขึ้นกับปัจจัยเดียว แต่เป็นผลรวมของ
ดอกเบี้ย เศรษฐกิจ เงินเฟ้อ การค้า ความเชื่อมั่น นโยบายรัฐ และสถานการณ์โลก
การเข้าใจกลไกค่าเงินจะช่วยให้
วางแผนธุรกิจได้ดีขึ้น
บริหารต้นทุน–กำไรได้แม่น
ตัดสินใจลงทุนอย่างมีเหตุผล
1. สถานีนี้ปฏิบัติตามมาตรฐานในวงการ และทุกบทความที่ถูกคัดลอกจะถูกทำเครื่องหมายชัดเจนว่าเป็นของผู้เขียนและแหล่งที่มา; 2. บทความต้นฉบับของสถานีนี้ โปรดระบุผู้เขียนและแหล่งที่มาเมื่อมีการคัดลอก เราจะดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่ไม่เคารพสิทธิของผู้เขียน; 3. การส่งบทความของผู้เขียนอาจถูกดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมโดยบรรณาธิการของเราในบางกรณีที่เหมาะสม




