ปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าเงิน “แข็ง” หรือ “อ่อน”

Pam การเข้าชม: 15 2026-02-03 13:30:58 ความคิดเห็น: 0

เกี่ยวกับ TMA Group
TMA Group เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการสรรหาบุคลากรและการให้คำปรึกษาทางธุรกิจในประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะให้บริการครบวงจรแก่ทั้งองค์กรและบุคคล รวมถึงการสรรหาบุคลากร การบริหารจัดการทางการเงิน การจัดการภาษี การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ และบริการอื่นๆ หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทย ยินดีต้อนรับติดต่อเราตลอดเวลา

ค่าเงินเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่มีผลต่อเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการใช้ชีวิตประจำวันของคนทั่วไป การแข็งค่าหรืออ่อนค่าของเงินแต่ละประเทศไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยทั้งด้านเศรษฐกิจ การเงิน และความเชื่อมั่นของนักลงทุน การเข้าใจว่าอะไรเป็นตัวกำหนดค่าเงิน จะช่วยให้สามารถวางแผนทางการเงิน การลงทุน และการดำเนินธุรกิจได้อย่างรอบคอบมากยิ่งขึ้น

Account Services (61).png


1. อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate)

เป็นปัจจัยที่ทรงพลังที่สุด

  • ประเทศที่ดอกเบี้ย สูงกว่า → นักลงทุนทั่วโลกนำเงินเข้ามาลงทุน → ค่าเงินแข็ง

  • ประเทศที่ดอกเบี้ย ต่ำกว่า → เงินไหลออก → ค่าเงินอ่อน

ตัวอย่าง
ถ้าสหรัฐขึ้นดอกเบี้ย แต่ไทยยังคงดอกเบี้ยต่ำ
→ นักลงทุนขายบาท ซื้อดอลลาร์
→ ดอลลาร์แข็ง บาทอ่อน


2. ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

ค่าเงินสะท้อน “ความแข็งแรงของเศรษฐกิจ”

เศรษฐกิจดี → ค่าเงินแข็ง

  • GDP เติบโต

  • การจ้างงานสูง

  • การลงทุนเพิ่ม

  • บริษัทมีกำไร

เศรษฐกิจแย่ → ค่าเงินอ่อน

  • เศรษฐกิจถดถอย

  • หนี้สูง

  • คนตกงาน

  • ธุรกิจปิดตัว


3. เงินเฟ้อ (Inflation)

เงินเฟ้อคือการที่เงิน “ซื้อของได้น้อยลง”

  • เงินเฟ้อสูง → ค่าเงินอ่อน

  • เงินเฟ้อต่ำและควบคุมได้ → ค่าเงินมีเสถียรภาพ

เหตุผล
ถ้าเงินเฟ้อสูง
→ ต้นทุนแพง
→ สินค้าส่งออกแพง
→ ต่างชาติไม่อยากถือเงินสกุลนั้น


4. ดุลการค้า (Trade Balance)

ดูว่า ประเทศขายของได้มากกว่าซื้อ หรือซื้อของมากกว่าขาย

  • ส่งออกมากกว่านำเข้า → ค่าเงินแข็ง

  • นำเข้ามากกว่าส่งออก → ค่าเงินอ่อน

เช่น
ต่างชาติซื้อสินค้าไทย
→ ต้องแลกเงินเป็นบาท
→ ความต้องการบาทเพิ่ม → บาทแข็ง


5. ดุลบัญชีเดินสะพัด

รวมทั้ง

  • การค้า

  • การท่องเที่ยว

  • เงินลงทุน

  • เงินโอนระหว่างประเทศ

ถ้าประเทศมีเงินไหลเข้าเยอะกว่าที่ไหลออก
→ ค่าเงินมีแนวโน้มแข็ง


6. ความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ค่าเงินตอบสนองต่อ “ข่าว” อย่างรวดเร็วมาก

ข่าวดี → ค่าเงินแข็ง

  • นโยบายเศรษฐกิจชัดเจน

  • การเมืองมีเสถียรภาพ

  • นักลงทุนมั่นใจ

ข่าวลบ → ค่าเงินอ่อน

  • ความไม่แน่นอนทางการเมือง

  • วิกฤตเศรษฐกิจ

  • สงคราม ความขัดแย้ง

บางครั้งแค่ “ข่าวลือ” ค่าเงินก็ผันผวนได้


7. นโยบายและการแทรกแซงของธนาคารกลาง

ธนาคารกลางสามารถ

  • ขึ้น–ลดดอกเบี้ย

  • ซื้อ–ขายเงินตราต่างประเทศ

  • ออกมาตรการควบคุมเงินทุน

เพื่อ

  • พยุงค่าเงิน

  • ป้องกันค่าเงินผันผวนรุนแรง

  • สนับสนุนการส่งออกหรือควบคุมเงินเฟ้อ


8. การเก็งกำไรในตลาดเงิน (Speculation)

ค่าเงินถูกซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก
กองทุนและนักลงทุนรายใหญ่สามารถ

  • ซื้อหรือขายเงินจำนวนมหาศาล
    → ทำให้ค่าเงินผันผวนในระยะสั้น แม้เศรษฐกิจจริงยังไม่เปลี่ยน


9. สถานการณ์โลกและปัจจัยภายนอก

เช่น

  • สงคราม

  • วิกฤตการเงิน

  • ราคาน้ำมัน

  • ราคาทองคำ

เมื่อโลกมีความเสี่ยงสูง
→ เงินจะไหลไปสกุลเงินปลอดภัย เช่น ดอลลาร์ เยน ทองคำ


ค่าเงินแข็ง–อ่อน ส่งผลอย่างไร?

ค่าเงินแข็ง

  • นำเข้าได้ถูก

  • คนเที่ยวต่างประเทศสบาย

  • แต่ส่งออกแพง แข่งขันยาก

ค่าเงินอ่อน

  • ส่งออกดี

  • ท่องเที่ยวคึกคัก

  • แต่นำเข้าแพง ต้นทุนสูง


ค่าเงินขึ้น–ลงไม่ได้ขึ้นกับปัจจัยเดียว แต่เป็นผลรวมของ

ดอกเบี้ย เศรษฐกิจ เงินเฟ้อ การค้า ความเชื่อมั่น นโยบายรัฐ และสถานการณ์โลก
การเข้าใจกลไกค่าเงินจะช่วยให้

  • วางแผนธุรกิจได้ดีขึ้น

  • บริหารต้นทุน–กำไรได้แม่น

  • ตัดสินใจลงทุนอย่างมีเหตุผล


Facebook-Management YouTube Facebook-Consultant Facebook-Recruitment
ประกาศ

1. สถานีนี้ปฏิบัติตามมาตรฐานในวงการ และทุกบทความที่ถูกคัดลอกจะถูกทำเครื่องหมายชัดเจนว่าเป็นของผู้เขียนและแหล่งที่มา; 2. บทความต้นฉบับของสถานีนี้ โปรดระบุผู้เขียนและแหล่งที่มาเมื่อมีการคัดลอก เราจะดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่ไม่เคารพสิทธิของผู้เขียน; 3. การส่งบทความของผู้เขียนอาจถูกดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมโดยบรรณาธิการของเราในบางกรณีที่เหมาะสม

แสดงความคิดเห็น
ค้นหา
อันดับความนิยม
รายการแท็ก
    ติดตามเรา

    สแกนเพิ่มเราเป็นเพื่อน เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม